เป็นผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย สายวิทยาศาสตร์ หรือ กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายชั้นปีสุดท้าย สายวิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่าและมหาวิทยาลัยพิจารณาแล้วเห็น สมควรเข้ารับศึกษา

สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนจากต่างประเทศ หรือโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงศึกษาธิการ หรือมีผลการสอบทางการศึกษาแบบหลักสูตรนานาชาติ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
      ๑. มีเวลาเรียนในโรงเรียนนานาชาติตามหลักสูตร หรืออย่างน้อย ๓ ปีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา

      ๒. จบหลักสูตรเทียบเท่าระดับ A-Level หรือ Grade ๑๒ แผนการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ดังต่อไปนี้
            ๒.๑ สำเร็จการศึกษา Grade ๑๒ โดยมีคะแนนเฉลี่ยสะสม ไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ และได้เรียนวิชา ดังต่อไปนี้ Biology, Chemistry, Physics และ Mathematics โดยมี Grade ในวิชา Biology, Chemistry ไม่ต่ำกว่า B และ วิชา Physics, Mathematics ไม่ต่ำกว่า C+ หรือ
            ๒.๒ มีผลการสอบ IGCSE/GCSE ๕ วิชา ซึ่งต้องประกอบด้วยวิชาหลักอย่างน้อย ๓ วิชา คือ Biology และ Chemistry โดยมีผลการสอบอยู่ในสองเกรดแรก และวิชา Physics หรือ Mathematics โดยมีผลการสอบอยู่ในสามเกรดแรก นอกจากนั้นต้องมีผลสอบของ Biology หรือ Chemistry ในระดับ AS Level โดยมีผลการสอบอยู่ในสองเกรดแรก หรือ
            ๒.๓ มีผลการสอบ International Baccalaureate (IB) Standard Level ประกอบด้วยวิชาใน Group ๔ Experimental Science คือ Biology และ Chemistry โดยมีผลการสอบอยู่ใน สองเกรดแรก และ Physics หรือวิชาใน Group ๕ Mathematics โดยมีผลการสอบอยู่ใน สามเกรดแรก หรือ
            ๒.๔ มีผลสอบSATไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ จาก ๑,๖๐๐ หรือ ๑,๕๐๐ จาก ๒,๔๐๐ และมีผลสอบ SAT Subjects ดังต่อไปนี้ Biology E/M, Chemistry และ Physics หรือ Mathematics ไม่ต่ำกว่า ๕๒๕

      ๓. มีใบรับรองผลการศึกษา (Transcript of Report) และ หนังสือรับรองสถานภาพว่าเสร็จสิ้น การเรียน การประเมินผล ภายใน ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ พร้อมแนบผลการเรียนตลอดหลักสูตร

      ๔. มีจดหมายแนะนำตัว (Recommendation) จากสถาบันการศึกษา จำนวน ๒ ฉบับ ออกโดยผู้อำนวยการสถาบัน จำนวน ๑ ฉบับ และอาจารย์ประจำชั้น จำนวน ๑ ฉบับ (ถ้ามี)

      ๕. มีหนังสือรับรอง (Certificate) จากสถาบันทดสอบความรู้ความสามารถ (ถ้ามี)

      ๖. ผู้สมัครทุกคนต้องมีความสามารถในการสื่อสารและใช้ภาษาไทยในการพูด การอ่าน และการเขียน อยู่ในระดับดีเพียงพอที่จะเรียนในระดับอุดมศึกษา

โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตให้เหมาะสมโดยยึดหลักสำคัญ ๓ ข้อ คือ ๑. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย ๒. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาแพทย์เอง และ ๓. เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จึงมีมติยกเลิกประกาศกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เรื่อง คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ และได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้


      (๑) ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐได้หลังจากการจบการศึกษาแล้วโดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาลกับมหาวิทยาลัย (ยกเว้นผู้เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกาเอกชน)

      (๒) จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้
            (๒.๑) มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และผู้ป่วย ได้แก่ โรคจิต (psychosis disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) โรคประสาทรุนแรง (severe neurosis disorders) โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) โดยเฉพาะ antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
            (๒.๒) โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่เป็นอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วยหรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม/วิชาชีพทันตกรรม
            (๒.๓) โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่เป็นอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
            (๒.๔) มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม
            (๒.๕) มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ ๕๐๐ – ๒,๐๐๐ เฮิรตซ์ สูงกว่า ๔๐ เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ จากความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
            (๒.๖) มีความผิดปกติในการเห็นภาพ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันนั้นๆ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
                ๒.๖.๑ ตาบอดสีอย่างรุนแรง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว
                ๒.๖.๒ ระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้วแย่กว่า ๖/๑๒ หรือ ๒๐/๔๐
            (๒.๗) โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ และคณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายของสถาบันนั้นๆ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม


      ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ ๒ ให้แต่ละคณะ/วิทยาลัย พิจารณาตัดสิน ซึ่งผลการพิจารณาของคณะ/วิทยาลัย ถือเป็นที่สิ้นสุด

ประกาศ ณ วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐