ว่าด้วย การศึกษาเพื่อปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต พ.ศ. ๒๕๕๐
   โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยการศึกษาเพื่อปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๔(๒) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๔๔๖ โดยมติสภามหาวิทยาลัยรังสิต ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐
   จึงกำหนดข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยการศึกษาเพื่อปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต ไว้ดังนี้

     ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วย การศึกษาเพื่อปริญญา แพทยศาสตรบัณฑิต พ.ศ. ๒๕๕๐

     ข้อ ๒ ให้ยกเลิก ระเบียบมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วย การศึกษาเพื่อปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต พ.ศ. ๒๕๔๙

     ข้อ ๓ ให้ใช้ข้อบังคับนี้สำหรับนักศึกษาที่เริ่มเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

     ข้อ ๔ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ร่วมกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๕ ระบบการศึกษา

        ๕.๑ การศึกษาในสาขาวิชาแพทยศาสตร์เป็นหลักสูตร ๖ ปี โดยใน ๓ ปีแรกนักศึกษาเรียนวิชาหมวดวิชาศึกษาทั่วไปในคณะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน กับวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางการแพทย์ในคณะวิทยาศาสตร์ และในคณะแพทยศาสตร์ ส่วนใน ๓ ปีหลัง นักศึกษาเรียนวิชาภาคคลินิกของหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันร่วมผลิตแพทย์ กรมการแพทย์-มหาวิทยาลัยรังสิต

        นักศึกษาต้องได้หน่วยกิตสะสมครบตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรใน ๓ ปีแรก และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐ และต้องได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยวิชาพื้นฐานวิชาชีพ ไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐ จึงจะได้รับการพิจารณาให้ศึกษาต่อในชั้นปีที่ ๔ ของหลักสูตรได้

        ๕.๒ การกำหนดปริมาณการศึกษาและการแบ่งภาคการศึกษาใน ๓ ปีแรก มีหลักในการกำหนดตามข้อบังคับนี้ร่วมกับข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐ และ ๓ ปีหลัง ให้กำหนดการศึกษาและการฝึกปฏิบัติงานในแต่ละวิชา โดยจัดแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มหมุนเวียนไปศึกษาในภาควิชาหนึ่ง ๆ ระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ถือเป็นปริมาณการศึกษาของรายวิชานั้นเท่ากับ ๑ หน่วยกิต

ข้อ ๖ ระยะเวลาการศึกษา

        นักศึกษาต้องใช้ระยะเวลาการศึกษาเป็นไปตามความในข้อ ๑๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐ และต้องมีเงื่อนไขดังนี้คือ

        ๖.๑ นักศึกษาจะต้องใช้เวลาศึกษารายวิชาในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางการแพทย์ ตามที่หลักสูตรกำหนด แต่ต้องไม่เกิน ๖ ปีการศึกษา

        ๖.๒ นักศึกษาที่ใช้เวลาศึกษารายวิชาในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และ วิทยาศาสตร์พื้นฐานทางการแพทย์ เกิน ๖ ปีการศึกษา นักศึกษาไม่มีสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับคลินิก แต่มีสิทธิ์ที่จะขอย้ายสาขาวิชา โดยเป็นไปตามความในข้อ ๑๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐

ข้อ ๗ การวัดและการประเมินผล

        การวัดและประเมินผลของ ๓ ปีหลังที่เรียนวิชาภาคคลินิกของหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ในสถาบันร่วมผลิตแพทย์ กรมการแพทย์-มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐ ร่วมกับข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้

        ๗.๑ นักศึกษาจะได้รับพิจารณาสอบแก้ตัวและ/หรือปฏิบัติงานเพิ่มเติม เมื่อได้รับผลประเมินเป็นสัญลักษณ์ D หรือ D+ ในรายวิชาใด ๆ และแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยของรายวิชาทั้งหมดในหลักสูตรของชั้นปีนั้น ตั้งแต่ ๒.๐๐ ขึ้นไป

        ๗.๒ นักศึกษาที่ได้รับการพิจารณาให้สอบแก้ตัวและ/หรือการปฏิบัติงานเพิ่มเติม (ตามข้อ ๗.๑) จะต้องผ่านการวัดและประเมินผลครั้งใหม่นี้ให้ผ่าน และจะได้รับผลการประเมินรายวิชานั้น ไม่สูงกว่าสัญลักษณ์ C และจะต้องได้สัญลักษณ์ S ในรายวิชาที่ประเมินด้วยสัญลักษณ์ S และ U

        ๗.๓ นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำในกรณีต่อไปนี้
           (๑) สอบได้สัญลักษณ์ F หรือ U ในรายวิชาใดในชั้นปีนั้น
           (๒) สอบได้สัญลักษณ์ D หรือ D+ ในรายวิชาใด ๆ และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยของรายวิชาทั้งหมดในหลักสูตรของชั้นปีนั้นต่ำกว่า ๒.๐๐
           (๓) สอบแก้ตัวและ/หรือปฏิบัติงานเพิ่มเติมแล้วไม่ผ่าน

        ๗.๔ การสอบประมวลความรอบรู้ (Comprehensive Examination) เป็นการสอบประมวลความรู้วิชาแพทยศาสตร์ทั้งหมดที่เรียนตลอดหลักสูตร ๖ ชั้นปี ให้คณะกรรมการประจำวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และสถาบันร่วมผลิตแพทย์ กรมการแพทย์-มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้กำหนดการจัดสอบและเกณฑ์การประเมินผล

        ๗.๕ ในกรณีที่นักศึกษาได้รับสัญลักษณ์ D หรือ D+ ในรายวิชาของชั้นปีที่ ๖ และได้รับแต้มเฉลี่ยของรายวิชาทั้งหมดในหลักสูตรของชั้นปีที่ ๖ ต่ำกว่า ๒.๐๐ แต่นักศึกษานั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาและการอนุมัติให้ปริญญาตามความในข้อ ๒๓ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้ยกเว้นการลงทะเบียนเรียนซ้ำตามความในข้อ ๗.๓ (๒)

ข้อ ๘ การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

        การพ้นสภาพนักศึกษาจะต้องเป็นไปตามความในข้อ ๑๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิตว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐

ข้อ ๙ การเสนอชื่อเพื่อรับปริญญา และการอนุมัติการให้ปริญญา

        นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญาจะต้องมีคุณสมบัติตามความในข้อ ๒๓ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยมาตรฐานการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๐ และต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ

        ๙.๑ นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับปริญญา
           ๙.๑.๑ ได้สอบประมวลความรอบรู้ผ่านได้สัญลักษณ์ S และได้ศึกษาและผ่านการวัดและประเมินผลรายวิชา ต่าง ๆ ครบถ้วนตามหลักสูตร
           ๙.๑.๒ ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐
           ๙.๑.๓ ต้องเป็นผู้มีความประพฤติดี เหมาะสมแก่ศักดิ์ศรีแห่งปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต

        ๙.๒ นักศึกษาที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อปริญญาเกียรตินิยม
           ๙.๒.๑ มีคุณสมบัติตามความในข้อ ๒๓ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วย การให้ปริญญาตรีเกียรตินิยม พ.ศ. ๒๕๕๐
           ๙.๒.๒ ไม่เคยลงทะเบียนเรียนซ้ำหรือลงทะเบียนเรียนแทน หรือสอบแก้ตัว หรือปฏิบัติงานเพิ่มเติมในรายวิชาหนึ่งวิชาใดเลยตลอดหลักสูตร

ข้อ ๑๐ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ ในกรณีที่จะต้องดำเนินการใด ๆ ที่มิได้กำหนดในข้อบังคับนี้หรือกำหนดไว้ไม่ชัดเจน หรือในกรณีที่มีความจำเป็นต้องผ่อนผันข้อกำหนดในข้อบังคับนี้ เป็นกรณีพิเศษเพื่อให้การดำเนินการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีของหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้อธิการบดีมีอำนาจตีความวินิจฉัยสั่งการและปฏิบัติตามที่เห็นสมควร และให้ถือเป็นที่สุด แล้วรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
(กำธน สินธวานนท์) นายกสภามหาวิทยาลัย