ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย เล่ม 1-2
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2478
ร. แลงกาต์
(พ.ศ. 2435 - 2515)
 
ร. แลงกาต์ ได้ใช้เอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญๆ นอกไปจากหลักฐานในทางกฎหมายเอง ด้วยความสามารถทางภาษาไทย และเข้าใจภาษาไทยโบราณอย่างดี จึงสามารถใช้ความรู้ ความสามารถ
ในการขุดค้น อธิบายกฎหมายอย่างน่าทึ่ง ดุจเดียวกับยอร์ช เซเดส์ มีความสามารถในการศึกษาศิลาจารึกไทย
ก่อนที่ ร.แลงกาต์ จะได้เขียนตำรา หรือเอกสารประวัติศาสตร์กฎหมายนี้
นายปรีดี พนมยงค์ ผู้ประสาธน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง
ได้มอบให้ ร. แลงกาต์ ชำระกฎหมายตราสามดวง หรือประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1
พร้อมกับเป็นบรรณาธิการจัดพิมพ์ กลายเป็นฉบับมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานดีที่สุด ที่มีอยู่ในขณะนี้ ประกอบกับ ร.แลงกาต์เข้ามาเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของรัฐบาลไทย ขณะประเทศไทยกำลังปฎิรูประบบกฎหมาย และจัดทำประมวลกฎหมาย ดังนั้น ความรู้ที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ร.แลงกาต์ จึงเป็นการแสดงออกถึง
ความรู้ของนักวิชาการ ที่ศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายมาเป็นอย่างดี กับความรู้ของผู้ปฏิบัติงานนิติศาสตร์ ที่ผ่านการจัดทำประมวลกฎหมายสมัยใหม่ ประสานเข้าด้วยกัน และเผยแพร่ในการให้การศึกษาแก่ผู้เรียน
ผลในฐานะที่เป็นสื่อการเรียนการสอน อันผ่านการทดสอบ ให้ความรู้ผ่านการจัดพิมพ์ครั้งต่างๆ และปรับปรุงในการจัดพิมพ์ครั้งต่อมา ทำให้ตำราประวัติศาสตร์กฎหมายนี้ดำรงทรงคุณค่ายิ่งขึ้น
ประวัติศาสตร์กฎหมายของ ร. แลงกาต์ มิได้อธิบายเพียงพระธรรมศาสตร์ที่เลิกใช้แล้ว แต่ยังได้อธิบายถึงอิทธิพลตกค้างทางความคิด และวัฒนธรรมกฎหมาย และขยายความต่อถึงการรับอิทธิพลกฎหมายตะวันตก ทั้งเปรียบเทียบความเป็นมา หรือกระบวนทัศน์นั้นในส่วนที่พึงเปรียบเทียบ หรือพึงตั้งข้อสังเกต ผลงานนี้ จึงเป็นผลงานสำคัญในฉบับภาษาไทย ที่เป็นงานคลาสสิก ดุจเดียวกับผลงานประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 หรือกฎหมายตราสามดวง ควรแก่การศึกษาของนักนิติศาสตร์ และรวมถึงผู้ศึกษาด้านไทยศึกษาทั่วไปด้วย จิตร ภูมิศักดิ์ ได้อ้างงานนี้ เรื่องกฎหมายที่ดินในงานของจิตร
แม้จะด้วยจุดยืนที่แตกต่างกันก็ตาม ผลงานสำคัญของ ร.แลงกาต์เรื่องนี้ จึงเป็นประภาคารทางปัญญา
ที่สะท้อนภูมิปัญญาไทย และวิเคราะห์วิธีการรับวัฒนธรรมความรู้อื่นของคนไทย ด้วยวิธีของคนไทย ที่มีกระบวนการระยะผ่าน และปรับปรนมาเป็นของตนอย่างเหมาะสม
 
! back ! ! home !