
|
- ความเป็นอนิจจังของสังคม
- พิมพ์ครั้งแรก 2500
- ปรีดี พนมยงค์
- (พ.ศ. 2443 2526)
-
"ความเป็นอนิจจังของสังคม"
มีลักษณะเด่น ต่างไปจากงานอื่นๆ
- ที่คล้องกันทางโลกทัศน์ อยู่อย่างน้อย 5 ข้อ คือ
- (1) เป็นการประสานระหว่างความคิดปรัชญาแนวสังคมนิยมกับพุทธธรรม
- ที่สามารถสาวโยงรากศัพท์ฮินดี บาลี พร้อมๆ ไปกันกับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์รากศัพท์
โรมัน ละติน อย่างคล่องแคล่ว ทั้งในเวทีตะวันตกและตะวันออก ที่สำคัญกว่าความรู้ทางนิรุกติศาสตร์
คือ พุทธธรรม อาจจะไม่เป็นที่รับรู้กันกว้างขวางนักว่า แท้จริงแล้ว ปรีดี
เคยได้ผูกสัมพันธ์กับท่านพุทธทาส สนใจศึกษาพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง มีความเชื่อมั่น
ศรัทธาในกฎแห่งกรรมอย่างจริงจัง ผู้ที่สามารถจะกล่าวได้ว่า "ไดอาเล็กติเก"
(Dialektike) ของกรีกโบราณก็คือ วิธีธรรมสากัจฉา
- หรือปุจฉาวิสัชนาธรรมของพระพุทธองค์นั่นเอง"
(น. 71) จำต้องมีความรู้ ทั้งในอารยธรรมตะวันตก และพุทธปรัชญาเป็นอย่างดี
- (2) สำหรับองค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์ และการเผยแพร่แนวคิดสังคมนิยม
ในสังคมไทยเป็นงานริเริ่ม แปลกใหม่ ในความเห็นของ ฉัตรทิพย์ นาถสุภา นักวิชาการ
ผู้ศึกษางานของปรีดีอย่างจริงจังผู้หนึ่ง ยกย่อง "ความเป็นอนิจจังของสังคม"
ว่า เป็นงานบุกเบิกที่สำคัญยิ่งของ "ผู้นำทางทฤษฎี" ที่ผู้ศึกษาสังคมไทยไม่ว่า
จะก่อนหรือหลัง 2475 ต้องให้ความสนใจ
- (3) เนื้อหาของหนังสือซึ่งเกี่ยวกับเรื่อง กฎแห่งอนิจจังของสัมมาสัมพุทธเจ้า
อันนำมาใช้ได้กับกรณีของมนุษย์สังคม ตรงกับกฎธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ทางสังคม
(น. 15) นี้นั้น สอดคล้องกับสำนวนภาษา ภาษาที่ใช้เป็นภาษาไทย สำนวน ศัพท์ลายคราม
- และใช้การอธิบายอย่างย่อ ความกระชับเข้าใจได้ง่าย
เพราะฉะนั้น หนังสือจึงมีเนื้อความมาก แม้จะสั้นเพียงประมาณ 100 หน้า (ขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ก)
- (4) เช่นเดียวกับข้อเขียนเล่มอื่นๆ ที่ "ความเป็นอนิจจังของสังคม"
ได้เสนอบัญญัติศัพท์อยู่หลายต่อหลายคำศัพท์
- (5) ถ้าความรู้จะเสริมส่งจริยธรรมได้ "ความเป็นอนิจจังของสังคม"
นี้ก็ให้ความตระหนักถึงชีวิตสังคมว่า ยืนยาวกว่าชีวิตของปัจเจกบุคคลมากนัก
ซึ่งเราแต่ละคน เป็นเพียงส่วนน้อยๆ ของเศษเสี้ยวเล็กๆ ส่วนหนึ่งของความเป็นไปประวัติศาสตร์
เมื่อรู้สึกถึงความเป็นเพียงธุลีหนึ่งนี้แล้ว ก็อาจจะได้ช่วยลดอัตตาของตนได้บ้าง
ส่วนสารอีกด้านหนึ่ง คือ มองตนเองให้เป็นส่วนหนึ่ง ของความเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติ
การมองข้างหน้าไปไกลๆ ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของความฝัน วาดความหวังในอนาคตที่สุขสว่างข้างหน้า
จากภาวะที่หมองหม่นในปัจจุบัน แต่เป็นดาวนำทาง แม้ว่าเราอาจจะไม่มีทางได้ไปถึงดวงดาวได้
แต่ดาวนั้นเป็นแสงชี้ทาง ในการกระทำของเรา และพิจารณาถึงกรรมของแต่ละคน ที่ฝากสั่งสมไว้สู่ยุคศรีอาริยเมตไตรย
-
- ! back ! ! home !
|