
|
- วรรณไวทยากร ฉบับ วรรณคดี
- พิมพ์ครั้งแรก 2514
- เจตนา นาควัชระ
- (พ.ศ. 2480 - ) และ
- ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ
- (พ.ศ. 2454 - 2525)
-
- ข้อเขียนทั้งสองนี้ พิมพ์ในชุด "วรรณไวทยากร"
ชุมนุมบทความทางวิชาการ
- ถวายพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
ในโอกาสที่พระชนม์ครบ 80 พรรษาบริบูรณ์
- เจตนา นาควัชระ เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับวรรณคดีวิจารณ์
โดยเฉพาะหลังจากปี 2519 เป็นต้นมา
- แต่เล่มนี้เป็นเล่มแรก บรรจุความคิดไว้มาก เล่มอื่นๆ
ขยายความจากเล่มนี้ เป็นหน่อความคิด ซึ่งแตกออกไปตามกาล
- เจตนา นาควัชระ เสนอแนวคิดต่างๆ ในวรรณคดีในเชิงปัญหา
กล่าวคือ เป็นเรื่องที่คิดกันได้จากต่างแง่ต่างมุม
- "การวิจารณ์วรรณคดีนั้น จะหาหลักที่ตายตัวลงไปได้ยาก"
นี่ก็เป็นการมองจากมุมหนึ่ง "แต่นักวิจารณ์ส่วนมาก ก็มิได้ย่อท้อในการที่จะแสวงหาหลักเกณฑ์"
(น. 2) ก็เป็นอีกมุมหนึ่ง ซึ่งแย้งมุมแรก แต่การพิจารณาไม่ใช่เพียงเสนอ
- เป็น 2 แง่มุมนี้เท่านั้น
- เจตนา นาควัชระยังก้าวต่อไปอีกว่า "จริงอยู่การสร้างทฤษฎีใดๆ
เป็นเรื่องที่ล่อแหลม เพราะถ้า...มิได้มีประสบการณ์เพียงพอ หรือมิได้ใฝ่ใจที่จะค้นหาข้อมูลที่เชื่อถือได้มาอ้างเป็นหลักฐาน
หรือ...เป็นผู้มักง่าย ... ก็อาจจะสร้างโทษมากกว่าสร้างคุณ"
- อย่างไรก็ตาม ก็เสริมแก้ว่า "แต่การที่นักวิชาการบางคน
มีอคติต่อวรรณคดีวิจารณ์เชิงทฤษฎี เป็นทุนเดิมเสียตั้งแต่ต้นแล้ว ก็เท่ากับเป็นการสกัดกั้นทางก้าวหน้าของวรรณคดีวิจารณ์"
(น. 3) วิธีการใช้เหตุใช้ผลที่พยายามมองค้าน มองแย้ง มองเติม
- มองเสริม มองแก้ ทำนองนี้ เป็นแนวการพิจารณาแนวคิดต่างๆ
อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ในข้อเขียนนี้ จะเรียกได้ว่าเป็น "การใช้เหตุใช้ผลเชิงสนทนา
(dialogic reasoning) อันต่างไปจาก การเสนอเหตุผลเชิงเดียว ว่าสิ่งหนึ่งต้องเป็น
- เช่นนั้นหรือเช่นนี้ ทำนองให้ความหมายเป็นคำนิยาม
ซึ่งไม่เปิดช่องให้เห็นเป็นอื่น" ได้ (ศัพท์ของเจตนา นาควัชระ)
- การมุ่งให้เห็น "ความเป็นอื่น" นี้สะท้อนความคิดเสรีประชาธิปไตย
ที่ต่างจากแนวคิดการวิจารณ์แบบชี้แนะไปทางใดทางหนึ่ง
- แม้ว่าข้อเขียนของม.ล.บุญเหลือ จะมีปริมาณ 100
หน้า มีเนื้อหาครอบคลุมไปกว้างกว่าชื่อ "หัวเลี้ยวของวรรณคดีไทย"
- แต่รวมข้อคิด และข้อมูลไว้หลายด้านหลายมุม ต่างคนอ่านก็จะเห็นต่างมุมต่างด้านกันไป
โดยสังเกตได้จากงานเขียนเกี่ยวกับวรรณคดี
- วิทยานิพนธ์ ที่อ้างถึงข้อเขียนนี้นั้น อ้างหลากหลายจุด
ในต่างๆ หน้าต่างๆ ประเด็น และเจตนารมณ์ของม.ล.บุญเหลือในข้อเขียนนี้ ก็ทำนองเดียวกับส่วนแรกของเจตนา
นาควัชระ ต่างก็มุ่งเพื่อ "เกิดข้อคิดเห็นแย้งหรือสนับสนุนหรือเพิ่มเติม
ประการใดประการหนึ่ง
- ข้อเขียนของ ม.ล.บุญเหลือนี้ได้เขียน "แนะนำ"
หนังสือดีไว้หลายเล่มในช่วงก่อน ร.5 จึงทำให้ผู้อ่าน นอกจากจะได้คุณค่าของงานเขียนของม.ล.บุญเหลือโดยตรงแล้ว
ก็ยังได้หนังสือที่ "แนะนำ" ไว้อีก ส่วนตั้งแต่สมัย ร.5 มาถึงช่วง
2500 ม.ล.บุญเหลือก็ชื่นชมอยู่หลายเล่ม บางเล่มก็ตรงใจกันกับเล่มที่งานวิจัยโครงการนี้เลือกขึ้นมา
- การที่ม.ล.บุญเหลือไม่ได้กำหนดให้ข้อเขียนนี้ อยู่ในกติกาของงานวิชาการอย่างเคร่งครัด
เจ้าตัวชอบหรือไม่ชอบก็กล่าวออกมาตรงๆ
- ทั้งขยายความ และไม่ขยายความ ข้อด้อยต่างๆ อันเป็นลักษณะร่วมของงานเขียนของไทยร่วมสมัย
ม.ล.บุญเหลือก็แจกแจงอย่างเป็นบทเรียนให้นักเขียนพึงสังวร และให้ข้อคิดแก่ผู้อ่านถึงข้อที่พึงตำหนิในนวนิยาย
ส่วนข้อดี ม.ล.บุญเหลือก็มิได้เสนอออกมาในรูป "สูตรสำเร็จ" แต่อธิบายผูกโยงกับเรื่องเป็นเรื่องๆ
ไป หรือถ้าจะใช้สำนวนให้มีสีสันเคร่งขรึมทางวิชาการ ก็อาจจะพูดได้ว่า ม.ล.บุญเหลือนั้น
เสนอคุณลักษณะเชิงบวกของงานเขียนรูปนวนิยาย มิใช่ในเชิงนามธรรม แต่อย่างเป็นรูปธรรม
- ! back ! ! home !
|