ทางเลือกใหม่ของอุดมการณ์ทางการเมือง คืออะไร
 
การเมือง ควรจะพัฒนาบนพื้นฐานของ อุดมการณ์สังคมประชาธิปไตยใหม่
(NEW SOCIAL DEMOCRACY) ซึ่งเป็นอุดมการณ์ ที่มีจุดยืนแบบกลาง
ค่อนไปทางก้าวหน้า (Center Left) เป็นตัวแทนผลประโยชน์ ของประชาชนส่วนใหญ่
ที่อาจจะเทียบได้กับ อุดมการณ์ของพรรคการเมืองปีกก้าวหน้า (เช่น พรรคคนงาน,
พรรคโซเซียลเดโมแครต) ของหลายประเทศในยุโรปตะวันตก
แต่นำมาปรับให้เข้ากับสถานะการณ์วิกฤติ ที่เป็นจริงของสังคมไทยในปัจจุบัน
ปัจจุบันประเทศไทย มีแต่พรรคการเมืองฝ่ายขวา ที่มีอุดมการณ์
แบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตก อุดมการณ์แบบนี้ เป็นตัวการสร้างวิกฤติการเป็นหนี้
การว่างงาน เศรษฐกิจตกต่ำ การทำลายสภาพแวดล้อม และค่านิยมที่ดีงาม
ไม่สามารถจะใช้แก้ปัญหา วิกฤติสังคมไทยอย่างยั่งยืนได้ ส่วนอุดมการณ์
แบบสังคมนิยม ที่ใช้การวางแผนจากส่วนกลางแบบเก่า ก็ล้าสมัย ขาดประสิทธิภาพ
ทั้งด้านการผลิตและการกระจาย รวมทั้งมีข้อจำกัดในเรื่องสิทธิเสรีภาพ
การขาดแรงจูงใจ และอื่น ๆ
 
อุดมการณ์สังคมนิยมประชาธิปไตยใหม่ (NEW SOCIAL DEMOCRACY) คืออะไร
 
คืออุดมการณ์ ที่พยายามบูรณาการ ส่วนที่ดีของสังคมนิยม เช่น ความเป็นธรรม
จิตสำนึกเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เข้ากับส่วนที่ดี ของประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม เช่น
สิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน การแข่งขันเพื่อประสิทธิภาพ โดยการสร้างระบบเศรษฐกิจแบบผสม
ที่ให้สำคัญกับระบบสหกรณ์และการให้พนักงาน, ประชาชน, องค์กรชุมชนเข้าถือหุ้น
และบริหารองค์กรธุรกิจทุกระดับ และสร้างสังคมสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือคนที่
เสียเปรียบ แต่เน้นความมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนด้วย
แก้ปัญหาข้อจำกัด ของสังคมนิยม เช่น ความไร้ประสิทธิภาพของการวางแผนจาก ส่วนกลาง,
การขาดเสรีภาพ และแรงจูงใจในการทำงาน และแก้ปัญหาข้อจำกัดของ
ประชาธิปไตยแบบทุนนิยม เช่น การมุ่งแสวงหากำไรเอกชนมากเกินไป
ที่นำไปสู่การเอาเปรียบ และค่านิยม ที่เห็นแก่ตัว โดยการสร้างระบบการเมืองใหม่
ที่เป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วม มีการกระจายอำนาจท้องถิ่นอย่างจริงจัง
และส่งเสริมให้สังคมประชา (Civil Society) มีบทบาทเพิ่มขึ้น
ควบคู่ไปกับรัฐแบบใหม่ที่ยังคงจำเป็นต้องมีไว้ เพื่อพิทักษ์ ผลประโยชน์
ของประชาชนในประเทศ จากการเอาเปรียบ ของบริษัทของทุนข้ามชาติ
และเพื่อร่วมมือกับประชาชน และรัฐอื่น ๆ ในการสร้างสังคมโลกที่เป็นธรรม
มีสันติภาพ และสร้างสรรค์ คำนึงถึงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม มากกว่าสังคมโลกในปัจจุบัน
มีจุดยืน ในการพิทักษ์ผลประโยชน์ ของประชาชนส่วนใหญ่ ที่แตกต่างจากกลุ่มจารีตนิยม
ชาตินิยมขวาจัด และกลุ่มเสรีนิยมใหม่ คือ เน้นความเสมอภาค หรือความเป็นธรรม
สำหรับคนส่วนใหญ่ เน้นประชาธิปไตย แบบที่ประชาชนมีบทบาทโดยตรงมากขึ้น
หรือประชาธิปไตย ที่เป็นวิถีชีวิตของประชาชนและชุมชนจริง ๆ สร้างสังคมสวัสดิการ
ที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความยืดหยุ่น ความสามารถในการเรียนรู้
ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกสมัยใหม่ได้ ไม่ยึดติดกับทฤษฎี
สังคมนิยมแบบเก่า คำนึงถึงเรื่องปัญหาการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม สิทธิของสตรี
และกลุ่มชนที่ด้อยสิทธิด้อยโอกาส สิทธิเสรีภาพของปัจเจกชน และกลุ่มชนต่าง ๆ
การยอมรับความหลากหลาย ทางด้านการดำเนินชีวิต และศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ โดยมุ่งประโยชน์
และความสันติสุข ของคนส่วนใหญ่ในระยะยาว
 
จะประยุกต์ใช้อุดมการณ์สังคมประชาธิปไตยใหม่กับสังคมไทยได้อย่างไร
 
ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจสังคม กระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา การมีงานทำ
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร สวัสดิการทางสังคม ให้ประชาชนส่วนใหญ่ อย่างทั่วถึง
และเป็นธรรม เพื่อจะได้ระดมใช้แรงงาน ทรัพยากร เงินทุนภายในประเทศอย่างเต็มที่
ทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ บนฐานที่เข้มแข็งกว่า นโยบายแก้ปัญหาแบบพึ่งทุนต่างชาติ
และการค้าระหว่างประเทศ นโยบายแบบทุนนิยมอุตสาหกรรม จะฟื้นเศรษฐกิจได้เฉพาะส่วน
และเป็นการฟื้นระยะสั้น ไม่ใช่การฟื้นอย่างยั่งยืน ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
จากทุนนิยมผูกขาด และทุนนิยมขุนนาง ให้เป็นระบบเศรษฐกิจแบบสังคมประชาธิปไตย
ที่เน้นการพัฒนาระบบสหกรณ์ การให้พนักงาน ประชาชน องค์กรชุมชน
เข้าถือหุ้นใหญ่ และเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ธนาคาร บริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง
และพัฒนาระบบประกันสังคม และสวัสดิการสังคมที่เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ
ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง ให้มีการกระจาย และการตรวจสอบอำนาจ โดยสถาบัน
และกลุ่มอิสระจากระบบราชการ รัฐสภา และพรรคการเมือง อย่างมีลักษณะคานอำนาจ
กันได้หลายทาง เป็นองค์กรพหุนิยม เช่น มีคณะกรรมการ และสำนักงานคณะกรรมการ
ชุดต่าง ๆ ที่เป็นอิสระ มีองค์กรบริหารท้องถิ่น และสภาท้องถิ่น ที่ค่อนข้าง
เป็นอิสระ จากรัฐบาลกลาง และรัฐสภาระดับชาติ มีองค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาล
และไม่แสวงหากำไร ที่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ และมีอำนาจหน้าที่
เพิ่มมากขึ้น ทั้งหมดนี้ เพื่อสร้างสังคมประชา (Civil Society) ที่เข้มแข็ง
ควบคู่ไปกับการทำงาน ที่จำเป็นของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่น
ปฏิรูปด้านการศึกษา สื่อสารมวลชน ศิลปวัฒนธรรม ให้คนกล้าคิดกล้าแสดงออก
เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเอง ภาคภูมิและพอใจกับชีวิต
นับถือและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น รวมทั้งธรรมชาติและสภาพแวดล้อม
ไม่ใช่การศึกษาเพื่อเพิ่มความเห็นแก่ตัว ศิลปวัฒนธรรมแบบการค้า
และการมุ่งบริโภคสูงสุด ที่เอาเปรียบทั้งคนและธรรมชาติ
อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 
! back !