
เรียนสถาปัตย์ เน้นวิธี และกระบวนการคิด ประยุกต์ใช้จริงได้ทั้งงานออกแบบ ธุรกิจ และการใช้ชีวิต
19 มิถุนายน 2567
By RSU Admin

“บรรยากาศการเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์
นักศึกษาสถาปัตย์มักต้องทำงานเป็นกลุ่ม และทำโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้ทักษะในการสื่อสารและการจัดการเวลาอย่างมาก
เพื่อผลงานการออกแบบ การเขียนแบบ ของเราที่ดีที่สุดเพื่อให้ผ่านการนำเสนอผลงานแก่ลูกค้าที่เป็นอาจารย์”
เบส - วิศวพิชญ์ ปรีชานนท์ ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัจจุบันเจ้าของบริษัท
Section08 Design And Development และ ร้านคาเฟ่ Rayrai
Cafe จังหวัดอุบลราชธานี




หากใครไปเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
แล้วมองหาร้านคาเฟ่น่ารัก ๆ สไตล์ธรรมชาติ บรรยากาศดีมีทั้งโซนห้องแอร์เย็นฉ่ำ
และโซนเอาท์ดอร์ แถมการเดินทางยังสะดวกสบาย
โลเคชันร้านตั้งอยู่ริมถนนและมีที่จอดรถเยอะ ต้องมีร้านคาเฟ่ที่ชื่อ Rayrai Cafe อยู่ในลิสที่ต้องแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างแน่นอน และด้วยการออกแบบที่โดดเด่น
สะดุดตา ทำให้ต้องตามหาเจ้าของร้าน และเชื่อว่าต้องร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยรังสิต
จึงได้พบกับ พี่เบส - วิศวพิชญ์ ปรีชานนท์ ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของร้านคาเฟ่แห่งนี้ เล่าว่า
ก่อนจะมาเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่ได้ ก็มีเรื่องราวพอสมควร
หากย้อนกลับไปสมัยยังเป็นนักเรียนมัธยมฯ คงยังมองภาพไม่ออกว่า ณ
วันนี้เราได้มาทำสิ่งนี้

แต่สิ่งที่เห็นชัดเจนคือภาพร้านคาเฟ่ที่แสดงออกถึงความเป็นตัวเอง
เราได้ออกแบบเอง ซึ่งมาจากวิชาชีพที่เรียนนั่นคือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ที่มหาวิทยาลัยรังสิต อยากออกแบบบ้าน ออกแบบอาคารต่าง ๆ
แค่คิดว่าตัวเองมีความชอบอะไร ไม่คิดเยอะ อยากเรียนต้องได้เรียน เมื่อเข้ามาเรียนวิชาที่ชอบเรียนมากที่สุดคือ
วิชาดีไซน์ เป็นวิชาที่สอนตั้งแต่เริ่มต้น สอนให้เรามองภาพรวม และจัดระบบการทำงาน ของการเป็นสถาปนิก
เราได้ลงมือออกแบบอาคารใหญ่จากโปรเจกต์ช่วงปี 3 ซึ่งเป็นสิ่งที่ชอบและท้าทาย
ได้ฝึกกระบวนการคิด ฝึกจิตนาการ กระบวนการคิด วิธีการคิด
เป็นสิ่งที่ซึมซับมาตลอดตั้งแต่เข้ามาเรียน


เริ่มต้นคิด เริ่มต้นวางแผน ออกแบบแปลน
ทุกขั้นตอนที่มีรายละเอียด เราสามารถมองเห็นภาพกว้าง
และเข้าไปเก็บรายละเอียดงานได้ การลำดับงานต่าง ๆ
ตรงนี้ไม่ใช่เพียงแค่นำมาใช้ในวิชาชีพสถาปัตย์ แต่เอามาใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิต
ซึ่งทำให้เรามองความเป็นไปได้ของสิ่งที่เราจะลงมือทำหรือตัดสินใจทำ
เป็นที่มาว่าหลังเรียนจบปริญญาตรีแล้ว กลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน รับงานออกแบบ
รวมถึงอยากเป็นเจ้าของธุรกิจด้วย จึงเปิดร้านคาเฟ่ควบคู่ไปกับการทำงานออกแบบ อย่างที่บอกทำไมถึงเลือกเปิดร้านคาเฟ่
เหตุผลเดียวกันกับการเลือกเรียนสถาปัตย์ เพราะชอบดื่มกาแฟจึงเปิดร้านคาเฟ่
และคำถามว่าจะไปรอดไหม เพราะเราไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ
หรือรู้จักการทำธุรกิจร้านคาเฟ่เลย

คำตอบของพี่เบส – วิศวพิชญ์ คือ
เราไม่ได้เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นกาแฟ แต่เราเริ่มจากงานออกแบบ
การทำร้านคาเฟ่ต้องมีการออกแบบร้าน มีการก่อสร้าง การออกแบบภายในต่าง ๆ
ส่วนนี่คือต้นทุนที่เรามี เราเรียกว่าความต้นความรู้ทางวิชาชีพ ทำให้เราสนุกกับงานดีไซน์
ทุกรายละเอียดตั้งแต่เริ่มออกแบบไปจนถึงการก่อสร้าง ตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จ
ตรงนี้เป็นจุดที่เราคิดว่าเราพึงพอใจแล้วซึ่งตอบโจทย์ที่เราเรียนมา
อย่างน้อยร้านคาเฟ่นี้เป็นการแสดงฝีมือของเราให้คนพบเห็น
และเป็นที่มาให้เรามีงานออกแบบอื่นๆ เขามาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นความชอบรองที่เราเป็นคนชอบดื่มกาแฟ
รวมถึงทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการธุรกิจร้าน เราเริ่มเรียนรู้ใหม่ไปพร้อมกัน
สิ่งไหนที่เราไม่มีต้นทุนความรู้เลยเราก็หาเวลาไปเรียนรู้ตรงนั้น
มีลองผิดลองถูกบ้างแต่เรามองว่าเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ เราเป็นสถาปนิก
เราต้องเป็นนักคิด นักแก้ไขปัญหา ถ้าเรามองภาพออก
จะทำให้เราสามารถเข้าไปปรับปรุงแก้ไขได้ทุกกระบวนการ

สิ่งสำคัญคือขจัดความความฟุ้ง
ด้วยระบบการทำงานที่เราได้รับประสบการณ์จากตอนเรียน ตอนฝึกงาน มาปรับและประยุกต์ใช้ให้ตรงกับสไตล์ของเรา
กระบวนการคิด วิธีคิด ประยุกต์ใช้จริงได้ของทุกระบบทั้งงานออกแบบ ธุรกิจ
และการใช้ชีวิต ส่วนตัวเลือกเรียนสถาปัตย์ถูกต้องแล้วกับความเป็นตัวของตัวเอง
ที่สำคัญตรงกับสไตล์การทำงานของเราที่ “คิดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือทำด้วย”
เชื่อว่าเป้าหมายในชีวิตคงเหมือนหลายๆ คน เน้นตั้งเป้าหมายใหญ่
จะไปถึงแค่ไหนอยู่ที่เราต้องลงมือทำอย่างจริงจัง
ไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงหรือทำไม่ได้ ตอนเรียนเรามีอาจารย์
มีเพื่อนช่วยแนะนำ ประคับประคองไปพร้อมกัน หลังจบจนปัจจุบัน ความรู้ เพื่อน
อาจารย์ ยังคงมีเครือข่ายกัน ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเอามาต่อยอดธุรกิจต่างๆ ของเราได้
ซึ่งเป็นข้อดีมากของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทายาลัยรังสิตแชร์
ปฏิทิน
ดูทั้งหมด
Hightlight
Loading contact...