
สูด "กลิ่น" สื่อ "เรื่องราว" ตามแนวทางของนักสร้างสรรค์กลิ่น
Date Published on 1 November 2024
By RSU Admin
ในโลกของการสร้างสรรค์กลิ่น
กลิ่น คือ อนุภาคทางเคมี (Chemical
particle) ที่กระจายตัวอยู่ในอากาศ ประกอบด้วยโมเลกุลสารต่าง ๆ
มากมาย เป็นสิ่งที่เกิดโดยโมเลกุลตามธรรมชาติและเกิดจากการพัฒนาของนักเคมี
คำถามสำคัญคือ “กลิ่น มีความหมายหรือไม่”
ดูจะเป็นคำถามที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะจากข้อมูลข้างต้นที่ได้กล่าวถึงกลิ่นและการรับรู้ของระบบสมองแล้วนั้น
ตอบได้ชัดเจนว่า กลิ่น มีผลต่อความรู้สึกและสามารถแทรกแซงความคิดได้
ทั้งที่เป็นกลิ่นที่มาจากโมเลกุลตามธรรมชาติและกลิ่นที่มาจากการสร้างสรรค์หรือพัฒนาโดยมนุษย์
ในมุมมองเรื่องการสร้างสรรค์โดยมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะภายใต้กระบวนการผลิตน้ำหอมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “กลิ่น”
ถูกนำมาจัดสรรผ่านกระบวนการต่าง ๆ กลายเป็นน้ำหอม เพื่อใช้ประโยชน์เรื่อยมา
จนเข้าสู่วิวัฒนาการด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี นักเคมีสามารถแยกโมเลกุลทางเคมีที่ให้กลิ่นตามธรรมชาติทั้งจากพืช
จากสัตว์หรือ จากสิ่งไม่มีชีวิตต่าง ๆ บนโลกใบนี้ แล้วพัฒนาโมเลกุลเคมีใหม่ๆ
นับหมื่นนับแสน กลายเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ของนักปรุงกลิ่น
นักปรุงน้ำหอมทั่วโลก เกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างในปัจจุบัน
นั่นเท่ากับว่าตัวแปรสำคัญของเรื่องกลิ่นคือ “มนุษย์” ในฐานะผู้สร้างสรรค์
หากต้องตอบคำถามว่า
“กลิ่นมีความหมายหรือไม่” อาจตอบอย่างสร้างสรรค์ได้ว่า “กลิ่นมีความหมายเมื่อถูกสร้างสรรค์”
เพราะกลิ่นอาจไม่มีความหมายในตัวเอง แต่หากได้รับการสร้างสรรค์ หรือ
เข้ารหัสทางความหมายแล้วจะสามารถสื่อความหมายได้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเสมอ
เพราะกลิ่นจะเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบประสาทและสมองตลอดเวลา
เกิดการรับรู้เป็นภาพจินตนาการในอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทั้งอาจจะเป็นเหตุการณ์
ประสบการณ์ หรือความทรงจำ
หรือการเกิดจินตนาการไปกับความรู้สึกนึกคิดที่เรียงร้อยกับบริบท ณ
ขณะได้กลิ่นก็ตาม การสร้างสรรค์กลิ่นจึงถือเป็นการมุ่งสื่อสารความหมาย หรือ
ความรู้สึกไปสู่ผู้รับในทางใดทางหนึ่งเสมอนั่นเอง
Fragrance Wheel
หรือ วงล้อกลิ่น
เป็นแผนภาพวงกลมที่แสดงความสัมพันธ์ที่อนุมานได้ระหว่างกลุ่มกลิ่นตามความคล้ายคลึงและความแตกต่างของกลิ่น
ซึ่งสร้างขึ้นโดย Michael Edwards นักอนุกรมวิธานด้านน้ำหอมในปี
1992 ประกอบด้วยกลุ่มกลิ่นหลัก ได้แก่ Fresh, Floral, Oriental หรือAmber และ Woody โดยจะมีการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยด้วยการจำแนกตระกูลของกลิ่นที่มาจากวัตถุดิบที่แตกต่างกัน

Fragrance Wheel นำมาใช้ในการแบ่งหมวดหมู่ของวัตถุดิบที่ให้ความรู้สึกของกลิ่น
หรือ โทนที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่าเมื่อโทนกลิ่นแตกต่างกัน
การรับรู้ความรู้สึกที่เกิดจากกลิ่นแต่ละตระกูลย่อมมีความแตกต่างกัน
และส่งผลต่อความหมายที่สื่อออกไปย่อมแตกต่างอีกเช่นกัน ดังนั้น นักสร้างสรรค์กลิ่น
หรือ นักปรุงน้ำหอม มักใช้หลักการจากวงล้อนี้ในการผสมกลิ่น
หรือเพื่อใช้ในการอธิบายความรู้สึกของกลิ่นในน้ำหอมที่ได้รับการผสมแล้ว
ผู้เขียนเองมีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์กลิ่นและได้ทำงานในฐานะนักปรุงกลิ่น
(Scent
Designer) พบว่า แม้การปรุงกลิ่นจะเป็นเรื่องของงานเคมี
แต่กลิ่นนั้นไร้ตัวตน หากไม่มีการกำหนดขอบเขตเรื่องราว ความหมาย หรือ
แนวคิดตั้งต้นไว้ก่อน การปรุงจะไร้ทิศทาง ปราศจากแก่นความหมาย
และเป็นเรื่องยากต่อการเข้าใจ หรือใช้การอธิบายในภายหลังได้ยากยิ่งขึ้น
ในด้านนิเทศศาสตร์มองว่าผลงานทางศิลปะส่วนใหญ่นั้นมักมีรายละเอียดของการสื่อความหมาย
หรือ ความหมายเชิงสัญญะซุกซ่อนอยู่เสมอ ดังนั้นในการสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมนั้น
ผู้ปรุงกลิ่นมักจะวางแผนเพื่อเข้ารหัสทางความหมายในกลิ่นเช่นกัน
ตั้งแต่โทนของกลิ่นที่จะนำเสนอ เช่น กลิ่นโทนสดชื่นสะท้อนความสะอาดสดใส
เป็นมิตรและพลังเชิงบวก กลิ่นโทนดอกไม้สะท้อนตัวตนของความเป็นหญิง
กลิ่นโทนเครื่องเทศและอำพันสะท้อนความเร่าร้อน อบอุ่นและลุ่มลึก
กลิ่นโทนไม้สะท้อนความมั่นคง หรือ ความเป็นชาย เป็นต้น
เรียบเรียงโดย: ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม อาจารย์ประจำสาขาวิชาการสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัล
วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ ม.รังสิต
แชร์
ปฏิทิน
ดูทั้งหมด
Hightlight
Loading contact...