กวีนิพนธ์ ของ อังคาร กัลยาณพงศ์
พิมพ์ครั้งแรก 2507
อังคาร กัลยาณพงศ์
(พ.ศ. 2469 - )
เมื่อแรกเผยแพร่ งานกวีนิพนธ์ และเริ่มเป็นที่รู้จักนั้น อาจกล่าวได้ว่า บทกวีของอังคาร ผาดโผน และแหวกแนว จนเป็นที่กล่าวขวัญ วิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยเฉพาะ โดยผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านวรรณกรรม แนวจารีตนิยม
 
เช่น บทที่ว่าด้วยปณิธานกวี
 
ฉันเอาฟ้าห่มให้ หายหนาว
ดึกดื่นกินแสงดาว ต่างข้าว
น้ำค้างพร่างกลางหาว หาดื่ม
ไหลหลั่งกวีไว้เช้า ชั่วฟ้าดินสมัยฯ
 
อังคาร เป็นกวี ที่รู้ตัวว่ามือถึง จึงกล้าแสดงความอหังการ ที่จะฝากฝีมือ ไว้ให้สถิตย์ จวบจน ไฟประลัยกัลป์ล้างโลก ขณะเดียวกัน ก็แถลงความมุ่งหมาย ไว้อย่างชัดเจนว่า แต่งกวีเพื่อศานติ อาจจะเป็นเพราะ แล้งกวีมาเนานาน กวีนิพนธ์ของอังคาร จึงกร้าวทั้งคำและความ สร้างความหวั่นไหว ให้กับผู้อ่าน ที่ไม่อาจจะ ไม่เคยชิน กับบทกวี ฝีปากห้าวหาญ ถึงขั้นสาปแช่งผู้คน เช่นในกาพย์บทนี้
 
ใครดูถูกดูหมิ่นศิลปะ อนารยะไร้สกุลสถุลสัตว์
ราวลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฏ ใจมืดจัดกว่าน้ำหมึกดำ
เพียงกินนอนสืบพันธุ์นั้นฤา ชื่อว่าสิ่งประเสริฐเลิศล้ำ
หยาบยโสกักขฬะอธรรม เหยียบย่ำทุกหย่อมหญ้าสาธารณ์
ภพหน้าอย่ามีรูปมนุษย์ จงผุดเกิดในร่างดิรัจฉาน
หน้าติดดินกินขี้เลื้อยคลาน ทรมานทุกข์ร้อนร้ายนิรันดร์เอย ฯ
 
ถึงยามหวาน กวีอังคาร ก็หวานได้ ถึงยามเศร้า ก็โศกสะเทือนอารมณ์ ไม่แพ้กวีใด ในโลกวรรณกรรมไทย ด้วยลีลากลอน ที่เป็นแบบฉบับ ของตนเอง ไม่ติดแบบ ครูกลอนสุนทรภู่ เช่นที่กวีไทยส่วนใหญ่ มักจะเป็นกัน เช่น
 
รื่นรื่นชื่นหอมบุหงาป่าชัฏ พระพายพัดฟ้ามาวางถวาย
กระสันถึงเอวบางนางไม้ ฤาหักหายเสน่หาอาลัย
ชะโงกโตรกตรวยสวยงามง้ำเงื้อม เอื้อมเก็บดาราระย้าระยับไหว
ป่วยเปล่าจะเอาฝากใคร น้องข้าหาไม่ทั้งแดนดิน
เผาะเผาะลำนำน้ำค้างหยาด หนาวพฤกษชาติซอกเหวหิน
จบภวัครอักนิษฐ์พรหมินทร์ หลับสิ้นสุดเวิ้งจักรวาล
ข้าน้อยขลาดเขลาเบาปัญญา ตื่นตาละเมอไปใจสะท้าน
น่าอิจฉาหินผาบาดาล อาภัพอัประมาณนานนักเอย
! back ! ! home !