พัทยา
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2494
ดาวหาง
พัทยา เป็นนิยายขนาด 2 เล่มจบ ที่คนรู้จักกันน้อย เพราะเคยพิมพ์เป็นเล่ม เมื่อปีพ.ศ.2494-2495 แล้วไม่มีการพิมพ์ซ้ำ ทำให้หาหนังสือ 2 เล่มนี้ ได้ยาก ผู้เขียนใช้นามแฝงว่า ดาวหาง ก็ค่อนข้างลึกลับเหมือนชื่อ จนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ก่อนที่บริษัทประชาช่าง จะนำมาพิมพ์เป็นเล่มนั้น นิยายเรื่องนี้ เคยตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในสุวันภูมิ คุณเสนีย์ บำรุงพงศ์ ผู้เคยทำงานที่สุวันภูมิ ในช่วงเวลานั้น กล่าวว่า นิยายเรื่องนี้ ส่งมาทางไปรษณีย์ จากชลบุรี โดยไม่ระบุตัวผู้เขียน ว่าเป็นใคร
 
ผู้เขียนกล่าวไว้ในคำนำว่า เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ในช่วงปีพ.ศ.2477-2480 พัทยา เป็นตำบลในฝันของผู้เขียน พัทยา อาจไม่เหมือนพัทยาที่แท้จริง แต่เข้าใจว่าผู้เขียน คงได้เค้ามาจาก ตำบลพัทยาในอดีต เมื่อราว 60 ปี ที่ผ่านมานั่นเอง นิยายเรื่องที่เขียนนี้ สะท้อนว่าผู้เขียน มีการศึกษาดี มีความรู้ เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง อ่านหนังสือมาก ทั้งที่เป็นวรรณกรรมไทย และต่างประเทศ ลักษณะคงเคยอยู่ ต่างประเทศมาก่อน หรือต้องอ่านเรื่องราว ของต่างประเทศจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ก็เป็นคนที่รู้เรื่อง ภูมิปัญญาไทย ท้องถิ่นไทย อย่างดีทีเดียว ด้วยเช่นกัน
 
ผู้เขียน เขียนเรื่องนี้ แบบเสียดสีทางการเมือง พร้อมแทรกอารมณ์ขันไปด้วย ในด้านแนวการเขียนนั้น ผู้เขียนจะค่อยๆ สอดแทรก ความคิดของตนเอง ไปเรื่อยๆ กว่าจะวกกลับมาเล่าเรื่องต่อ และเป็นการแสดงแนวความคิด แบบเสรีนิยม มีการวิจารณ์ฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวาจัด ฟาสซิสม์ ด้วยทัศนะของคนที่มีการศึกษา ไม่ได้วิจารณ์ฝ่ายซ้าย แบบคนหัวเก่า ปฏิกิริยา เหมือนดังในเรื่อง ไผ่แดง ของคึกฤทธิ์ ปราโมช
 
ที่น่าสนใจประการหนึ่ง คือ การที่ผู้เขียนให้หลวงพี่อู๋ เป็นตัวแทนของพระนักพัฒนาสังคม ที่ดูแลโรงเรียน สำหรับเด็กหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ยากจน เรื่องราวในพัทยา จึงเป็นเรื่องของ ปัญญาชนท้องถิ่นกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง นับเป็นนวนิยายที่แปลกออกไป คือ ไม่ใช่นิยายเพื่อชีวิต แบบนักเขียนกลุ่มก้าวหน้า แต่ก็เป็นนิยายที่มีสาระ มากกว่าเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือชีวิตครอบครัว แบบที่นิยมเขียนกันในสมัยนั้น หรือจนในสมัยต่อมา
 
นวนิยายเล่มนี้ สะท้อนให้เห็นสภาพการเมือง สังคมไทย ในสมัยหลังสงคราม ได้หลายด้าน ทั้งการหวาดกลัว ลัทธิคอมมิวนิสต์ และการที่รัฐบาล ใช้วิธีการจัดตั้งยุวชนทหาร ตามแบบฟาสซิสม์ การพัฒนาเศรษฐกิจแบบสมัยใหม่ ซึ่งประทะกับวิถีชีวิตดั้งเดิม และวิถีชีวิตแบบชาวพุทธ นับได้ว่าเรื่องนี้ เป็นนวนิยายล้อเลียนการเมือง และสังคม เล่มแรกๆ ของไทย ที่นอกจากจะมีเนื้อหาสาระแล้ว ก็มีศิลปะในการเขียน อยู่ในเกณฑ์ดี แม้บางครั้ง จะเป็นการรำพึง หรือวิจารณ์ออกไป นอกเรื่องนอกราวบ้าง นอกจากงานนิยายชิ้นนี้แล้ว ผู้เขียน ก็เขียนเรื่องสั้นๆ ไว้อีกหลายเรื่อง เช่น จุดดำ และเรื่องอื่นๆ (เขษมบรรณกิจ 2502)
! back ! ! home !