เสเพลบอยชาวไร่
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2512
รงค์ วงษ์สวรรค์
(พ.ศ.2474- )
 
เสเพลบอยชาวไร่ ปรากฏโฉมครั้งแรก ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ผ่านคอลัมน์ รำพึงรำพันโดยลำพู เป็นผลงานที่แปลกออกไป จากแนวเรื่องของนักเขียนคนเดียวกัน ซึ่งเวลาก่อนหน้านั้น ผู้คนที่ปรากฏ บนหน้าวรรณกรรมของเขา ล้วนอยู่ในแวดวงโสเภณี ผู้หญิงบาร์ แมงดา แม่เล้า โลกียชนในสังคมเมือง และประสบกาม ของเขาและหล่อน โดยเฉพาะ นวนิยายเรื่อง สนิมสร้อย ของรงค์ วงษ์สวรรค์ ประดุจวิทยานิพนธ์โสเภณี ในรูปนวนิยาย อันผู้รจนา ปล่อยตัวละคร ได้เล่นเต็มบท สมจริง และมีรงค์ วงษ์สวรรค์ วางอุเบกขา ดับทุกข์สุขของผู้คน ในหน้ากระดาษ
 
รงค์ วงษ์สวรรค์ ให้ลมหายใจ แจ้ง ใบตอง เฉ่ มะเขือพวง ทอง มะขามอ่อน ฝืด ตำแย และ ฯลฯ ด้วยความชำนิทางภาษา และดูแปลก นับแต่ชื่อของเขา หล่อน กวักความรู้สึกน่าสนใจ ฉากข้างหลังตัวละคร คือ ชนบท ที่ผู้คนยังเป็นสุข (หรืออาจทุกข์) ตามอัตภาพ รัฐดูจะเข้าไปเกี่ยวข้องน้อยเต็มที่ ชีวิตพออยู่พอกิน เพราะความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ลักษณะทางสังคม ยังให้ความสนใจแก่กัน จนมีประเด็นนินทา อย่างสราญรมย์ กลุ่มตัวละครที่มีแจ้ง ใบตอง เป็นสายใย หรือแกนสัมพันธ์ เขาเป็นโลกียชนระดับไม่ล้ำหน้า ไปกว่าวิถีชีวิตส่วนใหญ่ของสังคมไทย แม้พวกเขาจะเป็นคนส่วนน้อย ที่อาจจะล่วงศีลข้อกาเม ขโมยไก่วัด หรือบางรายพี้กัญชา และกินใบกระท่อม แต่ยังคงมีบรรทัดฐาน วัดใจเรื่องความดีงาม ดังการตั้งคำถาม ต่อคำสรรเสริญ ชนิดพอเขาตายไปแล้ว ใครๆ ก็ว่าเขาดีทั้งนั้น ขณะที่มีชีวิตอยู่ คนๆ นั้น ดูจะเป็นคนละคน กับคำสรรเสริญหลังตาย (เมืองข้างโลงของจอน บางขนุน)
 
ลีลาการเขียนที่มีอิทธิพลสูง ทั้งต่อนักเขียนและนักอ่านนี้ มีรากฐานอยู่ที่ ประสบการณ์ชีวิตของตนเอง และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ในประสบการณ์ ของผู้ร่วมสังคมของเขา ความจริงใจ ในการสะท้อนภาพชีวิตดังกล่าว จึงแจ่มชัด และกระทบใจผู้อ่าน โลกทัศน์อันอิสระ และความจริงใจ ที่ถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์ทางวรรณศิลป์ดังกล่าว ทำให้งานของ รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นบันทึกทางสังคมที่ทรงคุณค่า
 
! back ! ! home !