จดหมายจากเมืองไทย
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2513 สำนักพิมพ์แพร่พิทยา
โบตั๋น
(พ.ศ. 2488- )
 
จดหมายจากเมืองไทย เป็นนวนิยายเล่มแรก ที่สะท้อนความเป็นจริง ทั้งด้านชีวิตความเป็นอยู่ และความคิดจิตใจ ของคนจีนในไทย ที่อพยพมาจากจีนผืนแผ่นดินใหญ่ ในช่วงเวลาที่ประเทศจีน กำลังเผชิญกับสงครามภายในหมู่ขุนศึก และสงครามรุกรานจากญี่ปุ่น
 
ตันส่วงอู๋ เป็นแบบฉบับของจีนฮั่น ที่ถือความสำคัญสูงสุด ของผู้ชายเป็นหลัก ประกอบกับยึดมั่น ในความเชื่อแบบลัทธิขงจื้อ ตันส่วงอู๋ จึงเป็นคนที่รับผิดชอบ ในหน้าที่การงาน อย่างซื่อสัตย์สุจริต และขยันหมั่นเพียร หนักเอาเบาสู้ ทุกสภาพการณ์ต่อคนจีน ที่สัมพันธ์ในระดับชั้นต่างๆ ตันส่วงอู๋ ก็มีความนอบน้อม คารวะ มีกตัญญู รู้เคารพเทิดทูนเถ้าแก่ ผู้เป็นนายจ้าง ซึ่งต่อมา เปลี่ยนฐานะเป็นพ่อตา รู้บุญคุณของพ่ออุปถัมภ์ ที่ช่วยฝากฝังให้ได้งานทำ ทันทีที่ขึ้นจากเรือเดินทะเล
 
ตันส่วงอู๋ เกลียดและดูหมิ่นเหยียดหยามคนไทย คนท้องถิ่น เจ้าของประเทศว่า เป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว เอาแต่เมาเหล้า เล่นการพนัน ไม่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ตั้งหลักฐานทำมาหากิน ชอบเป็นคนรับใช้ หรือเที่ยวขอทาน กระทั่งขายตัวในบาร์เหล้า ฯลฯ
 
แต่ในที่สุด ตันส่วงอู๋ ก็มีประสบการณ์เจ็บปวด ทำให้เขาเข้าใจชีวิต เข้าใจความเป็นจริง ทางสังคมด้านต่างๆ มากขึ้น เช่น ระหว่างลูกสาวกับลูกชาย ลูกชายทำเรื่องเหลวแหลก ประชด และต่อต้าน การเลี้ยงดูครอบงำ แบบเผด็จการของพ่อ จนหนีไปใช้ชีวิต กับหญิงพาร์ตเนอร์ เป็นโสเภณีขายตัว แต่ลูกสาวคนเล็ก กลับขยันขันแข็ง เล่าเรียนสูง จนช่วยทำบัญชีให้พ่อได้ ถึงลูกสาวคนเล็ก จะแต่งงานกับผู้ชายไทย ที่พ่อเกลียด ทว่า เขยใหม่คนนี้ กลับเป็นคนมีอุดมคติ มีอาชีพเป็นครู โรงเรียนสาธิต เรียนจนจบปริญญาโท เป็นคนรักศักดิ์ศรี และหยิ่งในเกียรติ ไม่ยอมรับเงินช่วยเหลือ จากพ่อตาเลยสักบาท สุดท้าย ยามตันส่วงอู๋ ตัดสินใจเลิกกิจการค้า แบ่งมรดกให้ลูกชาย และลูกสาว เกือบหมดนั้น ก็ไม่มีลูกคนไหน เหลียวแลเลี้ยงดู จนลูกสาวคนเล็ก และลูกเขยคนไทย ต้องเอาตัวไปอยู่ด้วย ในชุมชนเล็กๆ ของกลุ่มคนไทย ตันส่วงอู๋ จึงได้เรียนรู้ เข้าใจวิถีชีวิต ของคนไทย ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
 
ตอนที่โบตั๋นเขียน จดหมายจากเมืองไทย ลงเป็นตอนๆ ในสตรีสาร เคยถูกโจมตีว่า สร้างความแตกแยก ระหว่างคนจีนกับคนไทย แต่หากอ่านแต่ต้นจนจบ โดยไม่มีอคติล่วงหน้าแล้ว จดหมายจากเมืองไทย จะมีส่วนช่วยให้ผู้อ่าน เข้าใจพื้นฐานความคิด จิตใจ วัฒนธรรม ของคนจีนในเมืองไทย และคนไทย เจ้าของแผ่นดินมากขึ้น จึงจัดเป็นหนังสือ ที่ควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่ง เล่มหนึ่ง
 
! back ! ! home !