สันติประชาธรรม
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2516 โดยสำนักพิมพ์เคล็ดไทย
ป๋วย อึ๊งภากรณ์
(พ.ศ. 2459 - )
 
สันติประชาธรรม เป็นหนังสือรวบรวมบทความ และปาฐกถาของ ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ที่เขียน และเคยตีพิมพ์ในระหว่างปี 2511-2516 แบ่งออกเป็นสี่หัวข้อใหญ่ คือ
ประสบการณ์ การเมือง แด่ผู้ที่จากไป และการศึกษา จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เคล็ดไทย ในปี 2516
ซึ่งเป็นปีที่เยาวชนในประเทศไทย กำลังตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตย รับความคิด
และแนวทางทางการเมืองแบบเสรีนิยม และสังคมนิยมอย่างสูง หลังจากถูกปิดกั้นโดยรัฐบาลทหารมานานปี”
เรื่องเด่นในหนังสือเล่มนี้เรื่องหนึ่ง คือ จดหมายของนายเข้ม เย็นยิ่ง เรียน นายทำนุ เกียรติก้อง ผู้ใหญ่บ้านไทยเจริญ
ซึ่งเขียนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2515 หลังจากที่จอมพลถนอม กิตติขจร ทำรัฐประหาร และยกเลิกรัฐธรรมนูญ นำประเทศไทยกลับไปสู่ระบบเผด็จการทหารอีกครั้ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2514 ขณะนั้น ดร. ป๋วย เป็นอาจารย์พิเศษ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ดร. ป๋วย เขียนออกมาในรูปจดหมายส่งถึงจอมพลถนอม ใช้ท่วงทำนองวรรณศิลป์
อุปมาอุปมัย อย่างนิ่มนวล แต่เนื้อหาหนักแน่นเป็นแก่นสาร คัดค้านการยึดอำนาจ และเรียกร้องให้คืนรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่
ตั้งแต่ผมรู้จักพี่ทำนุ จนรักใคร่นับถือเป็นส่วนตัวมาก็กว่ายี่สิบปี ผมได้ยินอยู่เสมอว่าพี่ทำนุ (และคณะ) นิยมเสรีประชาธรรม.......ผมก็ยินดีด้วยอย่างจริงใจ ...... สำหรับหมู่บ้านไทยเจริญของเรา ก็มีสิ่งแวดล้อม ที่เป็นพิษอยู่เป็นอันมาก แต่ผมว่าอะไรไม่ร้ายแรงเท่าพิษของความเกรงกลัว ซึ่งเกิดจากการใช้อำนาจขู่เข็ญ และการใช้อำนาจโดยพลการ (แม้ว่าจะใช้ในทางที่ถูก) เพราะความเกรงกลัว ย่อมมีผลสะท้อนเป็นพิษแก่ปัญญา.... ถ้าหมู่บ้านของเรา มีแต่การใช้อำนาจ ไม่ใช้สมองไปในทางที่ควร เช่นที่บรรพบุรุษไทยเราเคยใช้มา จนสามารถรักษาเอกราชได้มาช้านาน เมื่ออำนาจทำให้กลัว ทางชีววิทยาท่านว่าไว้ว่า เส้นประสาทบังคับให้หลับตาเสีย และเวลาหลับตานั้นแหละ เป็นเวลาแห่งความหายนะ.. (หน้า 54-55) สันติประชาธรรม
เป็นหนังสือที่มีคุณค่า ในแง่วรรณศิลป์ ประวัติศาสตร์ และเนื้อหาสาระ ด้านวรรณศิลป์นั้น ดร. ป๋วย ใช้ลีลาในการเสนอบทความทั้ง 26 บท อย่างหลากหลายรูปแบบ ตามสถานการณ์ เนื้อหาสาระ และผู้รับที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันในทุกบทความก็คือ ความพิถีพิถันในการเลือกใช้ถ้อยคำไทยพื้นๆ ที่เรียบง่าย แต่ให้ความหมายลึกซึ้ง กินใจ และสื่อความได้อย่างตรงไปตรงมาไม่เสแสร้ง เป็นการสะท้อนการดำเนินชีวิตแบบไทยๆ ที่เรียบง่ายของท่านออกมาเป็นตัวอักษร ในแง่ประวัติศาสตร์ หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่พยายามเสนอทางเลือก ในเชิงอุดมคติสำหรับสังคมไทยในช่วงปี 2516 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ซึ่งเราน่าจะกลับไปอ่านเพื่อเรียนรู้กันใหม่
! back ! ! home !