ประติมากรรมไทย
พิมพ์ครั้งแรก 2490 พระนคร : กรมศิลปากร
ศิลป พีระศรี
(พ.ศ. 2435-2505)
แปลโดย พระยาอนุมานราชธน พระนคร : กรมศิลปากร 2490
 
ประติมากรรมไทยเล่มนี้ เขียนโดยอาจารย์ศิลป พีระศรี (2435 - 2505) ชาวอิตาลี ผู้ได้เข้ามาทำงานศิลปะในประเทศไทย ตั้งแต่วัยหนุ่ม จนโอนสัญชาติ และเปลี่ยนชื่อเป็นไทย โดยเริ่มแรกเข้าเป็นช่างปั้นของกรมศิลปากร และต่อมาได้ผลักดันให้มีการก่อตั้ง
โรงเรียนศิลปากรขึ้น ในปี 2467 อาจารย์ศิลป ได้ใช้ชีวิตทำงาน และสอนศิลปะ
อยู่ในประเทศไทยตลอดชีวิต เป็นผู้ปั้นอนุสาวรีย์สำคัญหลายแห่ง เช่น อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน, อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี นครราชสีมา
หนังสือเล่มนี้ พระยาอนุมานราชธน ได้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่อาจารย์ศิลป พีระศรี
แต่งไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2487 เนื่องจากขณะนั้น ผู้ประพันธ์ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประติมากรรม
ของกรมศิลปากร และอาจารย์ได้กล่าวชมเชยพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยว่า เป็นศิลปะของไทย ที่วิเศษยอดเยี่ยมอย่างหาค่าไม่ได้ พระยาอนุมานราชธน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรอยู่ ได้ขอให้อาจารย์ศิลป พีระศรี เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น เพื่อเป็นการอธิบาย และชี้แจงเชิงวิชาการ และศิลปะแก่ผู้ที่สนใจเรื่องศิลปะ ได้รู้กันอย่างแพร่หลาย
หนังสือเล่มนี้ เป็นการเขียนขึ้นด้วยทัศนะความเห็นเชิงศิลปะ ไม่ใช่ในแง่โบราณคดี ดังนั้น จึงเสมือนกับเป็นการตั้งต้นสอนผู้อ่าน ให้รู้จักศิลปะในแง่ของสุนทรีย์ ด้วยการเริ่มให้ผู้อ่านลองมองเปรียบเทียบ ระหว่างความงามของศิลปะตะวันตก คือ เศียรของพระเยซู กับความงามของศิลปะไทยเรา คือ เศียรของพระพุทธรูป โดยเฉพาะในสมัยสุโขทัย ซึ่งถือได้ว่า มีความงามอย่างมาก
ก่อนที่ท่านจะลำดับเรื่องราว เกี่ยวกับประติมากรรมไทย ตั้งแต่การก่อเป็นรูปของศิลปะไทยทีเดียว โดยในทัศนะของท่าน ศิลปะของไทยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่เชียงแสน จากนั้นจึงถึงสมัยสุโขทัย อู่ทอง อยุธยา และกรุงเทพฯ ตามลำดับ
ประติมากรรมที่ผู้เขียนยกย่องว่า ศิลปินไทยนั้นนับได้ว่า เป็นช่างขั้นฝีมือครู นั่นก็คือ ประติมากรรมรูปคนที่สร้างด้วยโลหะ
เพราะผู้เขียนกล่าวว่า การหล่อรูปด้วยทองสัมฤทธิ์ เป็นงานที่ยากลำบากมาก และช่างฝีมือของไทยทำงานอย่างไม่เปิดเผยตัวเอง
เพื่อมุ่งหวังชื่อเสียง แต่ทำด้วยใจเลื่อมใสในพุทธศาสนา จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ผู้เขียนมองว่า เทคนิคการหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ เป็นของที่สมบูรณ์ที่สุด ความยากอยู่ที่ การลดความหนาของทองให้บางที่สุด และจะต้องมีพื้นผิวที่บางอย่างสม่ำเสมอด้วย
หนังสือเล่มนี้ อาจทำให้ผู้อ่านที่เป็นคนไทยหลายคน ที่ยังมองไม่เห็นความงามของศิลปะสามารถซาบซึ้ง และค่อยๆ เรียนรู้วิธี ซึมซับความงามทางศิลปะได้ทีละน้อย และสามารถมองเห็นความคลี่คลาย อย่างสังเขปของประติมากรรมไทย โดยเฉพาะรูปคนหรือพระพุทธรูป ซึ่งถือได้เป็นสิ่งที่ใกล้ชิดติดตัวมากที่สุด สำหรับคนไทยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และในท้ายที่สุดจะรู้สึกทึ่งว่า ผู้เขียนที่เป็นชาวต่างชาติ สามารถเขียนเรื่องราวที่เป็นของไทยเราให้เราได้อ่าน และซาบซึ้งได้อย่างไร
 
! back ! ! home !